ยุคปัจจุบันเป็นยุคแปด ( ปี พ.ศ.2547 ถึง 2566 ) ตำราจีนระบุว่าเป็นยุคธาตุดิน เทพที่ให้โชคลาภคือ ปี่เซี๊ยะ จะคุ้มครองและให้โชคลาภนับแต่ปี 2547 นี้ไปอีก 20 ปี เมื่อยุคนี้เป็นยุคธาตุดิน จึงเชื่อกันว่า วัสดุที่จะนำมาทำเป็นปี่เซียะควรเป็นธาตูที่มาจากดิน อันได้แก่ “ดิน หิน แร่” จึงนิยมนำหินมาแกะเป็นปี่เซียะ โดยเฉพาะหินธรรมชาติจากประเทศจีน ( หินหม่าล่า ) จะถือว่า “มีประจุพลัง” ยิ่งแกะเป็นรูปลักษณ์ถูกต้องตามอุดมทัศนีย์และนำมาปลุกเสกตามศาสตร์แห่งพิธีกรรมแล้ว ยิ่งเป็นการเพิ่มพลังให้กับสัตว์เทพสวรรค์บันดาลโชคโภคทรัพย์ “ปี่เซียะ”

ประวัติความเป็นมาของปี่เซี๊ย
บางตำนานกล่าวว่า ปี่คือตัวผู้ ส่วนเซียะคือตัวเมีย มีสองเขาจะเรียกว่าปี่เซียะ ส่วนเขาเดียวจะเรียกว่าเทียนลก ทางเหนือของจีนจะเรียกว่าปี่เซียะ ส่วนทางใต้จะเรียกว่าเทียนลก ถ้าเป็นตัวเดียวจะเป็นตัวเสี่ยงโชค แต่ถ้าเป็นคู่สำหรับ สำหรับขจัดสิ่งชั่วร้าย ให้โชคลาภทรัพย์สิน มีชื่อเรียกตามท้องถิ่น เช่น กวางตุ้งเรียกเพเย้า , จีนกลางเรียกปี่เซี๊ยะ, แต้จิ๋วเรียกผี่ซิ่ว กล่าวคือคำว่าปี่ หรือ ผี่ นั้น แปลว่า ปิด เร้นลับหลบซ่อน คำว่า เซียะ หรือ ชิว คือ อาถรรพณ์ สิ่งไม่ดี คุณไสย ภูติปีศาจ คำว่าปี่เซียะ หรือ ผี่ชิว จึงแปลได้ว่า ขจัดอาถรรพณ์ คนจีนสมัยก่อนจึงมักเขียนภาพ หรือตั้งประติมากรรมรูปปี่เซี๊ยะไว้ตามประตูบ้าน และสุสานทั่วไป บางทีก็ประดับไว้บนหลังคาพระราชวังต่าง ๆ เพื่อให้ช่วยขจัดสิ่งอัปมงคลทั้งหลายนั้นเอง ว่ากันว่ามีพลังในการกำราบสิ่งชั่วร้าย

คุณลักษณะของปี่เชี้ย
ปี่เซี๊ยะ คือ เทพลก กวางสวรรค์มี 1 เขา มีปากไม่มีทวาร เป็นที่มาของความเชื่อที่ว่าทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก ร้านค้าหรือธนาคารนิยมมีไว้ บูชาเพื่อเก็บกักเงินทองไม่ให้รั่วไหลขจัดสิ่งอัปมงคล ครั้นต่อมาคำว่า ปี่เซี๊ยะ หรือ ผี่ชิว กลายเป็นคำที่คนทั่วไปคุ้ยเคยกว่าเทียนลู่แล้วจึงเรียกรวมกันไปในทางมายาศาสตร์จีน แต่เดิม ปี่เซี๊ยะเป็นสัตว์มงคลที่มีอานุภาพในทางกำจัดปีศาจ และสิ่งชั่วร้ายรวมทั้งปกป้องจากคุณไสยและมนต์ดำต่าง ๆ ให้คุณกับผู้บูชาทุกอาชีพถ้วนหน้า ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง มีลักษณะ 8 ประการ คือ
1. อ้าปากรับทรัพย์
2. หางยาวกวักโชคลาภ
3. ยกหัวข่มศัตรูคู่แข่ง
4. เท้าตะปบเงิน ( หาเงินเก่ง รักษาทรัพย์ให้งอกงาม )
5. ก้าวขา-ก้าวหน้า
6. ลิ้นยาว ตวัดโชคลาภเงินทอง
7. องอาจน่าเกรงขาม
8. ไม่มีรูทวาร (รูตูด) เงินทองเข้าอย่างเดียวไม่ไหลออก

เคล็ดลับการบูชา
1. เจ้าของควรเอาใจใส่ด้วยวิธีทำความสะอาดพูดคุยด้วยบ่อยๆ ลูบหัวและลูบบั้นท้ายคล้ายสัตว์เลี้ยง
2. การอธิษฐานนั้นให้ใช้มือลูบเป็นสื่อในการสื่อสารกับปี่เซียะ
3. หากตั้งไว้เฉยๆจะได้ ประโยชน์น้อย ดังนั้นผู้ที่มีปี่เซียะต้องหมั่นสัมผัสปี่เซียะเพื่อทำการขอพร การสัมผัสปี่เซียะนั้น ถ้าทำการ ลูบที่ท้อง จะเกิดอานิสงค์ทางด้านความสมบูรณ์พูนสุข ลูบหัว ทำให้บารมีดี ปัญญาผ่องใส ลูบหลัง ทำให้มีโชควาสนา ห้ามลูบปาก เพราะจะเก็บทรัพย์ไม่อยู่
4. สำหรับปี่เซียะคู่ ( ตัวใหญ่แบบตั้งโต๊ะ ) ต้องตั้งให้เด่น มองเห็นชัด หันหน้าไปที่ประตู เข้าบ้าน ตั้งเป็นคู่ให้ก้นชนกันเป็นอย่างอักษรนี้ ตั้งแยกจากหิ้งพระ
5 .ควรมีน้ำเปล่าวางไว้ หนึ่งแก้วประจำเพราะถือเป็นสิ่งสำคัญกับปี่เซียะที่สุด นอกจากนี้สามารถไหว้ด้วย ส้ม หรือผลไม้อื่นๆประกอบกันได้
6. สำหรับปี่เซียะเดี่ยว ( จี้หยก หรือแบบพกพา ) พกติดตัวห้อยคอ หรือห้อยที่เอว ต้องอยู่ ต่ำกว่าพระ ห้ามใส่กระเป๋าเงิน ควรคล้องเอาไว้ให้สัมผัสกับเนื้อตัวของเรา
7. ปี่เซียะเป็นสัตว์มงคลเฉพาะบุคคล เมื่อบูชาแล้วห้ามยกใคร
อย่างไรก็ดี ปี่เซียะ เป็นสัตว์มงคลประเภทเรียกทรัพย์ นำโชคลาภมาให้กับผู้บูชา ในเมืองจีน ฮ่องกง ไต้หวันที่ดำเนินงานด้านธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ ธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ , ตลาดหลักทรัพย์ , การเงิน , การธนาคาร , บ่อนพนัน , นิยมสร้างไว้ทางประตูเข้า เพราะเชื่อกันว่า การเงินจะหลั่งไหลเข้าธุรกิจตน นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า ปี่เซียะ สามารถ ปกป้องคุ้มภัย ขจัดสิ่งอัปมงคล เมื่อได้ทรัพย์สินเงินทองมาแล้ว การใช้จ่ายจะรั่วไหลออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
บทความ อ . สิริชัย พยากรณ์
ตำนานของประเพณีไหว้พระจันทร์ ที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะเป็นอย่างไรนั้นต้องมาดูกัน
โอม…มาท่องคาถาสารพัดนึก สมความปรารถนาทุกประการกันเถอะ
7 เรื่องนี้ ที่คนโบราณเขาบอกว่าเชื่อแล้วดี ไม่มีพิษภัยแน่นอนค่ะ
การได้ยินเสียงร้องของนกฮูกหมายถึงลางร้าย มีวิธีการแก้อย่างไร มาดูกันเลย
ลูกประคำเป็นเครื่องรางของขลังที่นิยมพกพา เพื่อขอพุทธานุภาพในการคุ้มครองป้องกันภัย