Horo Live เวลาเริ่มเกิดเหตุเป็นเวลาที่สำคัญยิ่งสำหรับนักโหราศาสตร์ ในเรื่องของชีวิตเวลาเกิด (ตกฟาก) เป็นเวลาสำคัญรูปดาว (ดวง) ในขณะนั้นจะสะท้อนให้เห็นว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร
รูปดาวในระบบสุริยะของเราจะเคลื่อนไหวไปเรื่อยไม่มีหยุดหย่อน เปลื่ยนรูปดาวไปทุกเวลา นักโหราศาสตร์เป็นผู้ตีความหมายของรูปดาวที่เกิดขึ้น (PATTERN)
การทำนายของโหราศาสตร์มีพื้นฐานจากการเปลี่ยนแปลงของรูปดาวดังกล่าวเพราะดาวเคราะห์โคจรไม่เหมือนกัน ใช้เวลาไม่เท่ากัน (PETTERN) รูปดาวจึงเปลี่ยนไป
การโคจรของดาวเคราะห์ดังกล่าวเป็นความเป็นจริง , ความเกี่ยวพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ก็เป็นความจริงและสามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ และได้มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์โดยมีหลักการและรอบคอบอยู่แล้ว
การตกลงในเรื่องการโคจรของดาวเคราะห์ , ข้อมูลของโหราศาสตร์กับความสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ยังไม่เป็นเอกฉันท์ เช่นสิ่งต่าง ๆ มีผลกระทบจากดาวเคราะห์หรือจักรวาลหรือจักวาลหรือไม่อย่างไร ?
สิ่งที่เห็นได้ชัด , โดยไม่มีการปรุงแต่ง , คือสิ่งต่าง ๆ ในโลกที่มีผลกระทบจากจักรวาล (เช่น ฤดูต่างๆ , น้ำขึ้นน้ำลง) แต่ยังมีหลายอย่างที่ยังมีคำอธิบายไม่พอเพียง โหราศาสตร์ให้คำทำนายได้แต่อธิบายไม่ได้พอเพียง
ในเรื่องที่เป็นพิเศษมักจะมีคำถามที่ซับซ้อน (เช่นในเรื่องจิตวิทยา) มีหลายทางหลายสำนักในเรื่องโหราศาสตร์ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันอยู่
มีหลายความคิดเห็นที่เกิดจากประสบการณ์ของนักโหราศาสตร์เอง เป็นที่เข้าใจว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และผลสรุปของนักโหราศาสตร์และเอามาเปรียบเทียบและให้วิทยาศาสตร์ ช่วยทดสอบ เพราะเหตุนี้โหราศาสตร์จึงต้องนำไปก่อนและให้วิทยาศาสตร์และแขนงวิชาพิเศษช่วยทดสอบ
ดวง,รูปดาวในเวลาเกิด,ดวงกำเนิด (Horoscope , Cosmogram , Birth Chart) เป็นรูปภาพที่บอกว่าดาวอยู่ไหน , ราศี , เรือนอยู่อย่างไรเมื่อเวลาที่คนคนหนึ่งเกิด ดวงจะบอกรูปดาว ณ ที่เกิดว่าจะเห็นรูปดาวอย่างไร เพราะอย่างไร ดวงต้องทำแบบเอาโลกเป็นศูนย์กลาง มองสู่ท้องฟ้า ราศี , นักโหราศาสตร์ต้องรู้ ราศีเริ่มจากจุดเมษ ราศีเมษเป็นราศีแรกของราศี 12 ราศี
นักโหราศาสตร์รู้มาแล้วจุดเมษนี้คนโบราณใช้มานานแล้วและใช้เป็นราศีคงที่โดยสังเกตจากดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลโพ้น ไม่เหมือนกับราศีนักษัตร จากประสบการณ์หลายพันปีมาแล้ว ทำให้การคำนวณดาวเคราะห์ว่าอยู่ในราศีอะไรทำให้นักโหราศาสตร์ทำนายได้แม่นยำ
การเคลื่อนที่ของจุดเมษตามราศีนักษัตรพ้องกับการเปลี่ยน ยุค ของโลกนี้ ระยะเวลาการเดินของราศีจนจบราศีและยกเข้าราศีต่อไปคือ 26,000 ปี เรียกว่าปีพลาโทนิค
(PLATONIC WORLD YEAR)
คำทำนายของโหราศาสตร์ต้องอยู่บนพื้นฐานของการคำนวณที่แม่นยำ คำทำนายจะอยู่ตามรูปดาวและสามารถดูได้หลายแง่ เช่น คนสามารถเขียนรูปสามเหลี่ยมได้ในหลายแบบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามความไม่เหมือนกับสี่เหลี่ยมก็ยังมี เพราะเหตุนี้ รูปดาวต้องมีความเป็นเฉพาะตัวแต่จะขัดกับความเป็นไปไม่ได้
จานหมุนเป็นเครื่องมือทางโหราศาสตร์ที่ทำให้โหราศาสตร์ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง จานหมุนเป็นความสำเร็จทำให้การพิจารณาดวงง่ายมากขึ้นหลายเท่าและความละเอียดก็ดีหลายเท่าด้วย และโหราศาสตร์สำนักไหนก็ตามที่ใช้องศาสามารถใช้ได้เลยโดยไม่ต้องดัดแปลงและในปัจจุบัน โหราศาสตร์สำนักต่าง ๆ ก็ใช้เป็นของธรรมดาไปแล้ว
จานหมุนมีหลายแบบ เริ่มตั้งแต่


จานหมุนสำดับที่ 1-4 สำนักโหราศาสตร์ ยูเรเนี่ยน ใช้เป็นเครื่องมือสำคัญ โดยใช้จาน หมุน 360 องศาสำหรับพิจารณา จักรราศี เรือน ธาตุ ต่าง ๆ และใช้จานหมุน 90 องศาสำหรับพิจารณาหา ศูนย์รังสี ในโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนจะใช้มุม 22 องศา 30 ลิปดา , 45 องศา , 90 องศา , 180 องศา เป็นมุมสำคัญหรือใช้มุมเหล่านี้เป็นเท่าหรือหารสองขององศาที่ต้องการ จานหมุน 90 องศากำลังเป็นที่นิยมที่สุดในโลก นักโหราศาสตร์จะใช้จุดศูนย์รังสี หรือจุดอิทธิพล หรือซับซ้อบกว่านั้นก็ทำได้โดยไม่ยาก
สำนักของท่าน อีเบอร์ติน (เยอรมัน) แทบจะไม่ใช้เรือนเลย ก็ใช้จานหมุน 90 องศาหรือถ้าจะให้ละเอียดลงไปอีกก็เป็นจานหมุน 45 , 22.30 ได้ หลายสำนักและนักโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนหลายท่านก็ได้ใช้จานหมุน 90 องศาเพียงอย่างเดียว ต่อไปนี้จะอธิบายถึงจานหมุนโดยละเอียดเพื่อให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้สูงสุด
Tags: การโคจรดวงดาว, ดวงดาว, ดาวเคราะห์, ยูเรเนียน, ระบบสุริยะ, โหราศ, โหราศาสตร์
ท่าน โคโร ท่านเป็นปรมาจารย์ด้านเลขศาสตร์ ใครจะเชื่อนะ แค่ตัวเลข 1-0 ที่เราใช้นำมาเป็นสัญญลักษณ์ของดวงดาวทางโหราศาสตร์ ได้
เมื่ออดีตจนถึงปัจจุบันการทำนายดวงของคนมีหลากหลาย ยามสามตาสามารถทำนายและหยั่งรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ได้พบจริง แต่ต้องจับให้ถูกทาง ของหายก็สามารถดูได้
มือบอกได้…เมื่อวัยทองต้องแห้งเหี่ยววว…. บอกถึงปัญหาวิกฤตวัยกลางคน โดยเฉพาะผู้ชาย
เลขศาสตร์ เป็น วิชาอีกแขนงหนึ่งของที่ใช้วิธีผูกดวงชะตา ตามหลักโหราศาสตร์ไทย นับว่ามีความแม่นยำมาก
เลขศาสตร์ ตัวเลข .. บอกความเป็นคุณ