ของแต่งบ้านที่ไม่เป็นมงคล

ในปัจจุบัน การตกแต่งอาคารบ้านเรือนนับว่าเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านค่อนข้างพิถีพิถันในการเลือกซื้อ เลือกหาสิ่งของที่จะนำมาใช้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหากเป็นของ ตกแต่งบ้านที่มีทั้งความสวยงาม และมีความหมายที่เป็นสิริมงคลตามความเชื่อทางเคหะศาสตร์แล้วยิ่งเป็นที่นิยมมาก แต่ก็ยังมีแฟน ๆ คนรักบ้านหลายท่านที่ไม่ได้ใส่ใจในความหมายอันเป็นสิริมงคลสักเท่าไหร่ โดยพิจารณาเลือกซื้อ จากความนิยมชมชอบส่วนตัวเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดแต่อย่างใด แต่หากครอบครัวของท่านอยู่แล้วไม่มีความสุข มีแต่เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหรือเกิดอุปสรรคในการดำเนินชีวิตอยู่ตลอดเวลา ก็ให้ลองพินิจพิจารณาปรับเปลี่ยนกันดูว่าในบ้านของท่านมีของตกแต่งบ้านที่หลักการทางเคหะศาสตร์ถือว่าไม่เป็นมงคล เหล่านี้อยู่ในบ้านของท่านหรือไม่
บ้านใครที่มีของ 7 อย่างนี้อยู่ในบ้าน แล้วรู้สึกว่าไม่อยู่เย็นเป็นสุข ก็ลองเอาของเหล่านี้ออกไป ทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่ก็อาจจะเป็นการยากนะคะ เพราะเป็นของน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย แถมบางอย่างก็อาจจะเป็นของที่คนสำคัญซื้อให้ ก็ชั่งใจเอาแล้วกันค่ะ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด จิตใจของเราต้องดีก่อนค่ะ ทำอะไรก็จะดีตามไปด้วย ใครจะลองเอาของ 7 อย่างนี้ออกไปจากบ้าน ก็ลองดูค่ะ เรื่องแบบนี้นานาจิตตัง บังคับกันไม่ได้เพราะความเชื่อและรสนิยมแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่บางคนนิยมหาเอารูปสัตว์ต่างๆมาประดับบ้านแต่บางความเชื่อจะต้องเลือกว่านักษัตรอะไร ชงนักษัตรอะไรกับคนในบ้านบ้าง 1 ในนั้นก็หนีไม่พ้นงูอีกนั่นแหละเช่นในบ้านมีคนเกิด ปีขาลก็ห้ามมีรูปของงูในบ้านจะไม่สงบหรือจะส่งผลปฏิกิริยาแก่คนที่เกิดปีที่ไม่ถูกกันผลก็จะมีแต่เรื่องวุ่นวายไม่จบสิ่งก็เป็นความเชื่ออีกด้านหนึ่งการที่ห้ามหรือไม่นิยมมาแต่งบ้านส่วนหนึ่งงูเป็นสัตว์มีพิษก็ถือว่าไม่มงคลจึงเชื่อว่าเป็นสิ่งต้องห้าม
สัญลักษณ์ที่เป็นงู ไม่ควรนำมาแต่งบ้าน เพราะงูเป็นสัญลักษณ์ของความอาฆาตซึ่งส่งผลให้หมกมุ่นอยู่กับอารมณ์โกรธ และยังเป็นเครื่องหมายของตัณหาราคะคนในบ้านจะฝักใฝ่แต่เรื่องโลกีย์คงจะมาจากคำเฒ่าหัวงูหรือเปล่านะ แต่จริงแล้วงูคืออสรพิษที่มีความหมายทางลบจึงย่อมหมายถึงจิตใจที่ขุ่นหมอง ครุ่นคิดแต่เรื่องอดีด ไม่มีความสุข
นาฬิกาทราย จะมีผลทำให้คนในบ้านต้องเหนื่อยกับภารกิจใด ๆ ก็ตามที่ต้องทำอย่างรีบเร่งจนไม่มีเวลาพักผ่อนอย่างสุขสบายเลยคงเป็นเพราะนาฬิกาทรายมี 2 ด้านกลับหัวอีกด้านทรายก็จะเทไปอีกด้านเปรียบกับคนไม่เคยหยุดพัก แต่ถ้ามองอีกทีก็มีความดีของนาฬิกาทรายก็จะมีความหมายว่าขยันก็เลยส่งผลต้องเหนื่อยก็ตามแต่เหนื่อยแล้วรวยก็ยอมเลยกลายเป็นว่ามีทั้งและเสีย
ทางที่ดีนำไปตั้งมุมการเงินจะได้ขยันทำมาหากิน หรือมุมหนังสือจะได้ขยันเรียน
สัญลักษณ์ที่เป็นหมี –ถึงจะเป็นสัตว์ที่น่ารักก็จริง แต่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมและพลาดท่าเสียทีคนอื่นเพราะไม่ทันคน เนื่องจากหมีเป็นสัตว์ที่อ่อนโยนไร้เดียงสาจึงถูกเปรียบเปรยและห้าม เป็นสัญลักษณ์ความหมายอ่อนโยนอ่อนต่อโลกแต่ก็มีความน่ารักเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หมีก็มีรูปลักษณ์ที่ใสบริสุทธ์เหมาะแค่เป็นของเล่นชั่วคราวก็พอ
สัญลักษณ์ที่เป็นแมวหมายถึงแมวที่ไร้ชีวิต ไม่ได้หมายถึงสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก แต่หมายถึงแมวที่ไร้ชีวิต เช่น ตุ๊กตา รูปปั้น ถ้านำมาแต่งบ้านจะก่อให้เกิดการหลอกลวงจากคนนอกที่มาฉกฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ แมวขึ้นชื่อว่าแมวนอนหวดนิสัยไม่กระตือรือร้นนิ่งแต่ไม่เฉยนะรอจังหวะอยู่ก็คือจะมีแต่คนเข้าฉวยโอกาส
คนญี่ปุ่นก็มีความเชื่อทำนองนี้เหมือนกันแต่เป็นแมวกวักมาเนะคิเนโคะ คือชื่อของแมวกวัก ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น เชื่อว่ามาเนะคิเนโคะจำนำความสุข โชคลาภ ทรัพย์สินเงินทองมาให้ จึงนำตุ๊กตาแมวนี้มาตั้งไว้ตามบ้าน ร้านค้า จริงๆแล้วท่าแมวกวักอาจมาจากท่าของแมวที่กำลังทำความสะอาดใบหน้า ก่อนฝนตก แมวจะทำความสะอาดใบหน้า เพราะมันรู้สึกกระวนกระวาย เมื่ออากาศเปลี่ยน จึงใช้เท้าป้ายไปตามหน้าตาของมัน ในหลายประเทศจึงมีสำนวนที่ว่า “เมื่อแมวล้างหน้า ฝนจะตก” นี่อาจเป็นต้นกำเนิดของ มาเนะคิเนโคะ ชาวญี่ปุ่นมักจะนำแมวกวักมาตั้งหน้าร้านค้าเรียกลูกค้าทุกวันนี้ตามร้านค้าสวนใหญ่ก็นำมาตั้งประดับกันเยอะ เพราะฉะนั้นความเชื่อของแต่ละคนไม่เหมือนกันก็ลองพิจารณาดูนะจ๊ะ
มาเนะคิเนโคะ มี 2 แบบคือแบบยกขาข้างซ้าย และยกขาข้างขวาตามความเชื่อมีอยู่ว่า ถ้ายกขาข้างซ้าย จะเรียกลูกค้า ถ้ายกขาข้างขวา จะเรียกเงินให้ไหลมาเทมา
สัญลักษณ์ที่เป็นม้าลาย ในทางเคหะศาสตร์เชื่อว่า จะทำให้สมาชิกในครอบครัวเกิดความแตกแยก ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง โชคลาภต่างๆ ก็ไม่ค่อยมีเข้ามาสู่ครอบครัว มีความเชื่อว่าม้าลายมีลายที่สับไปสับมาสื่อความหมายถึงความวุ่นวายแตกแยกแล้วก็ไม่นิยมนำมาตั้งในบ้าน ส่วนมากจะไปตกแต่งสวนเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันนี้ผู้คนยังนิยมนำไปตั้งแก้บนบริเวนศาลอีกด้วยจึงต้องห้ามเป็นอย่างยิ่ง
สัญลักษณ์ที่เป็นจระเข้ เป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์เพทุบาย จะทำให้อับโชค และมีคนคอยคิดมุ่งร้ายต่อคุณและคนในครอบครัว มีคนคดโกงให้เดือดร้อน จระเข้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงไม่เชื่องไม่ซื่อสัตย์ จึงเปรียบกับคนที่มีเล่ห์เหลียมและยังเป็นสัตว์ที่อันตรายต่อชีวิตได้ ความหมายคือจะต้องระแวงระวังสุดท้ายก็จะเกิดศัตรูนอกจากนั้นยังเป็นตัวปิดกั้นโชคลาภที่จะเดินทางมาสู่ร้านของเรา
อีกความหมายหนึ่ง คุณคงเคยเห็นเวลาวัดมีการจัดทอดกฐินมักจะมีธงสัญลักษณ์เป็นรูปจระเข้มีความเชื่อว่าร้านค้าไหนนำไปบูชาจะเป็นมงคลมีโชคลาภ
ธงจระเข้นี้ทำขึ้นตามคติความเชื่อเป็นหลายนัยด้วยกัน คือ
1. สมัยโบราณนิยมแห่ผ้ากฐินไปทอดตามวัดต่าง ๆ โดยอาศัยเรือเป็นสำคัญ การเดินทางไปตามลำน้ำมักมีอันตรายจากสัตว์น้ำต่าง ๆ เนือง ๆ เช่น จระเข้ขึ้นมาหนุนเรือให้ล่ม ขบกัดผู้คนบ้าง คนแต่ก่อนหวั่นเกรงภัยเช่นนี้ จึงคิดอุบายทำธงจระเข้ปักหน้าเรือไปเป็นทำนองประกาศให้สัตว์ร้ายในน้ำ เช่น จระเข้ ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่และดุร้ายกว่าสัตว์อื่นๆ ในน้ำ ให้รับทราบการบุญการกุศล จะได้พลอยอนุโมทนาและมีจิตใจอ่อนลง ไม่คิดที่จะทำอันตรายแก่ผู้คนในขบวนซึ่งเดินทางไปประกอบพิธีการทางศาสนา
2. เนื่องจากถือกันว่าดาวจระเข้เป็นดาวสำคัญ การเคลื่อนขบวนทัพในสมัยโบราณต้องคอยดูดาวจระเข้ขึ้น ซึ่งเป็นเวลาจวนสว่างแล้ว การทอดกฐินเป็นพิธีทำบุญที่มีอานิสงส์ไพศาลเพราะทำในเวลาจำกัด มีความสำคัญเท่ากับการเคลื่อนขบวนทัพในชั้นเดิมผู้จะไปทอดกฐินต้องเตรียม เครื่องบริขารและผ้าองค์กฐินไว้อย่างพร้อมเพรียง แล้วแห่ไปวัดในเวลาดาวจระเข้ขึ้น ไปแจ้งเอาที่วัด ต่อมาจึงมีผู้คิดทำธงจระเข้โดยถือว่า ดาวจระเข้เป็นดาวบอกเวลาเคลื่อนองค์กฐิน
3. มีเรื่องเล่าว่า มีอุบาสกคนหนึ่งนำองค์กฐินแห่ไปทางเรือมีจระเข้ตัวหนึ่งอยากได้บุญในการทอด กฐิน จึงว่ายน้ำตามเรืออุบาสกนั้นไปด้วย แต่ไปได้พักหนึ่งจึงบอกแก่อุบาสกนั้นว่า ตนตามไปด้วยไม่ได้แล้วเพราะเหนื่อยอ่อนเต็มที ขอให้อุบาสกจ้างช่างเขียนภาพของตนที่ธง แล้วยกขึ้นไว้ในวัดที่ไปทอดด้วยอุบาสกรับคำจระเข้แล้วก็ทำตามที่จระเข้สั่ง ตั้งแต่นั้นมาธงรูปจระเข้จึงปรากฏตามวัดต่าง ๆ ในเวลามีการทอดกฐิน
อนึ่ง มีข้อความในจาตุมสูตรตอนหนึ่ง แสดงภัยที่จะเกิดกับพระไว้ 4 อย่างด้วยกัน ซึ่งเปรียบด้วยภัยที่เกิดแก่บุคคลที่ลงในแม่น้ำหรือทะเล คือ
1. ภัยเกิดแต่ความอดทนต่อโอวาทคำสอนมิได้ ท่านเปรียบเสมือนคลื่น เรียกว่า อุมฺมิภยํ
2. ภัยเกิดแต่การเห็นแก่ปากแก่ท้อง ทนความอดอยากมิได้ท่านเปรียบเสมือนจระเข้ เรียกว่า กุมฺภีลภยํ
3. ภัยเกิดแต่ความยินดีในกามคุณ 5 ท่านเปรียบเสมือนวังน้ำวน เรียกว่า อาวฏฺฏภยํ
4. ภัยเกิดแต่การรักผู้หญิง ท่านเปรียบเสมือนปลาร้ายเรียกว่า สุสุกาภยํ
พิจารณารูปธงที่ช่างประดิษฐ์ขึ้น จะเห็นว่ามีภัย 4 อย่างอยู่ครบ ต่างแต่ว่าเด่นมาก เด่นน้อย หรือเป็นเพียงแทรกอยู่ในความหมายที่เด่นมาก คือ รูปจระเข้ รองลงไปคือ รูปคลื่น ส่วนอีก 2 อย่างคือ รูปวังน้ำวนและปลาร้าย ปรากฏด้วยรูปน้ำเป็นสำคัญ บางรายเขาเพิ่มธงปลาร้ายขึ้นอีกธงหนึ่ง เรียกว่า “ธงมัจฉา”
ธงรูปจระเข้หรือธงรูปนางมัจฉานี้ ปักไว้ที่หน้าวัด เพื่อแสดงให้ทราบว่าที่วัดนี้ได้มีการทอดกฐินแล้ว ผู้ที่ผ่านไปมาจะได้พลอยอนุโมทนาด้วย
สัญลักษณ์ของ หนู ตามหลักเคหะศาสตร์ ถือว่า ไม่ควรนำมาตกแต่งอาคารบ้านเรือน เพราะหลักการทางเคหะศาสตร์ เชื่อกันว่า หนู นั้น มีความหมายที่ไม่เป็นมงคลกับเจ้าของบ้าน การดำเนินชีวิตหรือหน้าที่การงานมักถูกเอารัด เอาเปรียบอยู่เสมอ จะทำให้ถูกหักหลัง ไม่ค่อยได้รับความยุติธรรมจากคนรอบข้าง หนูเป็นสัตว์ทะเยอทะยาน จึงมีข้อห้ามนำมาประดับบ้านจะมีแต่คนไม่จริงใจนำความเดือดร้อนมาให้พอได้ผลประโยชน์แล้วก็จะแทงข้างหลังเสมอ จึงเปรียบเป็นสัตว์ไม่มงคล เปรียบกับคนที่ไว้ใจไม่ได้แถมเป็นสัตว์ที่สกปรก นอกจากนี้ยังหมายถึงการลักขโมยการเอารัดเอาเปรียบด้วย
อ.ไลลา
Tags: ของตกแต่งบ้าน, ของมงคล, งู, ดูดวง, นาฬิกาทราย, ฮวงจุ้ย, แต่งบ้าน, แมว
ประวัติความเป็นมา จุดกำเนิดวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักที่คนทั้งโลกรอคอย
ซินเจียอยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ปีใหม่นี้มีแต่ความสุขสมหวัง และที่สำคัญขอให้รวยๆกันทุกคน
ลักษณะแมวที่ควรเลี้ยงไว้เพื่อให้เกิดมงคลภายในครอบครัว
การไหว้พระธาตุประจำปีเกิดเป็นความเชื่อของชาวล้านนา เสริมสิริมงคล มีอายุมั่นขวัญยืน ทั้งยังได้บุญอานิสงส์มาก
เสริมโหงวเฮ้งของสาวๆให้ดีขึ้น เพื่อต้อนรับสิ่งดีๆที่จะเข้ามาในปีมะโรงนี้