หลวงพ่อ (ทอง)เขาตะเครา

ต่อเนื่องกับเรื่องราวของหลวงพ่อบ้านแหลม หลังจากที่ชาวประมงบ้านแหลมนำพระพุทธรูปปางมารวิชัยกลับไปยังถิ่นฐานของตน ก็ได้นำพระพุทธรูปองค์นั้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา และเรียกขานกันว่าหลวงพ่อเขาตะเครา ปัจจุบันชาวบ้านเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่าหลวงพ่อทอง วัดเขาตะเครา เนื่องจากมีผู้มาปิดทองที่องค์พระพุทธรูปจนหนา ทำให้ไม่เห็นองค์เดิมว่าเป็นพระพุทธรูปหล่อหรือปูนปั้น และมีเรื่องเล่าว่าเมื่อปี 2527 ได้เกิดไฟไหม้ลุกท่วมองค์หลวงพ่อ ไฟที่ไหม้นั้นได้เปล่งรัศมีออกมา และทองที่หุ้มพระพุทธรูปก็ได้หลอมไหลออกมา เมื่อนำทองเหล่านั้นไปชั่งน้ำหนัก ก็พบว่าหนักถึง 9.9 กิโลกรัมทีเดียวมีผู้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทองอยู่หลายเรื่องทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการอธิษฐานหรือบนขอให้ค้าขายร่ำรวย ช่วยให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ ฯลฯ ซึ่งผู้ที่สมหวังในคำอธิษฐานแล้วก็มักถวายหรือแก้บนด้วยการรำละคร หรือประทัด เป็นต้น แต่การบนที่มักสมปรารถนาเร็วก็คือการบนตัวบวช ไม่ว่าจะเป็นบวชพระ บวชเณร บวชชี บวชชีพราหมณ์
ประวัติความเป็นมา
ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในประวัติของหลวงพ่อบ้านแหลม(ธรรมลีลา ฉ.9 ส.ค.44) ว่า ชาวบ้านแหลมซึ่งอยู่ปากอ่าวจังหวัดเพชรบุรี ได้พากันมาจับปลาในทะเล ขณะที่ลากอวนอยู่นั้นได้ลากพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชั ยติดอวนขึ้นมาองค์หนึ่ง ในระหว่างทางกลับ ก็ได้พบพระพุทธรูปยืน(หลวงพ่อบ้านแหลม) ลอยปริ่มๆน้ำอยู่ไม่ไกลนัก จึงอาราธนาขึ้นบนเรืออีกลำหนึ่ง แต่เกิดอาเพทฝนตกหนัก ลมพายุพัดจัด เรือลำที่พระพุทธรูปยืนประดิษฐานอยู่นั้น ทนคลื่นลมไม่ไหว จึงเอียงวูบไป พระพุทธรูปที่อยู่บนเรือจึงเคลื่อนตกจมหายไปในแม่น้ำ ชาวบ้านแหลมพากันตกใจและเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ต่างช่วยกันดำน้ำค้นหาอยู่หลายวัน แต่ก็ไม่พบ จึงตกลงว่าไม่ค้นหากันต่อไปอีก จึงนำพระพุทธรูปองค์นั่งที่เหลืออยู่บนเรืออีกลำหนึ่งไปยังถิ่นของตน และนำพระพุทธรูปองค์นั้นไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา อ.บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่พ.ศ.2302 เป็นต้นมา และเรียกขานกันว่าหลวงพ่อเขาตะเครา หลวงพ่อเขาตะเครา ได้รับการเรียกขานนามใหม่คือ “หลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครา” สาเหตุมาจากมีช่างภาพคนหนึ่งต้องการถ่ายภาพหลวงพ่อ แต่ความที่องค์หลวงพ่อมีทองปิดทับอยู่หนามากจนแลไม่เ ห็นพุทธลักษณะเดิม ช่างภาพคนนี้จึงไปแกะทองที่ตาหลวงพ่อออกโดยมิได้บอกล่าวและขออนุญาต หลังจากนั้นไม่กี่วันช่างภาพคนนี้ก็มีอาการหูตาบวมเป่ง จึงต้องมากราบขอขมาหลวงพ่อ อาการจึงหายไป จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงไม่มีใครกล้าไปแตะต้องหลวงพ่อ จนกระทั่งทองปิดองค์ท่านทับถมกันมากขึ้นทุกวันๆ ชาวบ้านที่มานมัสการจึงเติมคำว่า”ทอง” ไปในการเรียกขาน จึงกลายมาเป็นหลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครา
พุทธลักษณะหลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครา
หลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครา เป็นพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย สูง 29 นิ้ว หน้าตักกว้าง 21 นิ้ว แต่เนื่องจากทองที่ปิดองค์พระพุทธรูปนั้นหนามาก จนทำให้ไม่เห็นองค์เดิมว่าเป็นพระพุทธรูปหล่อหรือปูน ปั้น แต่จากหลักฐานที่“สุนทรภู่” กวีเอกของไทย ได้เขียนไว้ในนิราศเมืองเพชร คราวที่ได้ไปแวะไหว้หลวงพ่อ(ทอง)วัดเขาตะเครา ก็พอจะสันนิษฐานได้ว่า หลวงพ่อฯเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์
ความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครา
ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อนั้น เป็นที่โจษขานกันมาแต่โบราณ แม้กระทั่งตอนที่หลวงพ่อจะประทานทองที่องค์ท่านให้นั้น มีผู้เล่าว่า ได้เห็นไฟลุกท่วมองค์ท่านเป็นประกายรัศมีออกมา ทองที่หุ้มองค์ท่านค่อยๆไหลหลุดลอกออกบางส่วน ดูน่าอัศจรรย์ และเมื่อนำทองที่ไหลลอกมาไปชั่งน้ำหนัก ปรากฏว่าได้ถึง 9.9 กิโลกรัม! ทำให้ได้แลเห็นพระพักตร์ชัดเจนขึ้นมาบ้าง ซึ่งก่อนหน้านั้นมีทองปิดหนามากจนองค์ท่านกลมทีเดียว !
นอกจากนั้นยังมีผู้เล่าว่า มีหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวบ้านแหลม ทำไร่ทำนาจนหมดเนื้อหมดตัว จึงคิดจะไปทำมาค้าขายทางใต้ ได้มาไหว้หลวงพ่ออธิษฐานขอให้ช่วยค้าขายร่ำรวยแล้วจะ กลับมาบวชชีแก้บน 15 วัน ปรากฏว่าหญิงคนนั้นค้าขายจนร่ำรวย แต่มิได้กลับมาแก้บนตามที่อธิษฐานไว้ ทำให้มีอาการป่วยหนัก จนกระทั่งผลสุดท้ายต้องกลับมาบวชชีที่วัดเขาตะเครา จึงหายป่วย อีกเรื่องหนึ่งคือมีเรือประมงลำหนึ่งถูกมรสุมอัปปางล ง ลูกเรือ 11 คนเสียชีวิต รอดมาเพียง 2 คน เพราะมีพระกริ่งและแหวนจำลองของหลวงพ่อฯ ทั้งสองคนนี้จึงบนตัวบวชให้หลวงพ่อตั้งแต่นั้นมา และมีอยู่ครั้งหนึ่งขบวนทอดผ้าป่ามาทำบุญที่วัดเขาตะ เครา ตอนกลับจากวัดเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำกลางทาง คนโดยสารทั้ง70กว่าคนเพียงแค่ฟกช้ำดำเขียวเท่านั้น และมีอยู่คนหนึ่งที่เช่าพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อฯแล้ว อุ้มองค์ท่านอยู่ คนนี้ไม่ได้รับอันตรายใดๆแม้แต่นิดเดียว!
บนบานศาลกล่าว หลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครา
การบนบานศาลกล่าวเพื่อขอพรหลวงพ่อให้ช่วยดลบันดาลในเรื่องราวต่างๆนั้นมักจะสมปรารถนาเสมอ สุนทรภู่เองก็ทราบกิตติศัพท์นี้จึงได้อธิษฐานขอพรจาก หลวงพ่อ ดังนี้
“ได้สรงน้ำชำระพระสัมฤทธิ์
ถวายธูปเทียนอุทิศพิษฐาน
ขอเดชะพระสัมฤทธิ์พิสดาร
ท่านเชี่ยวชาญเชิญช่วยด้วยสักครั้ง”
ถ้าดูในสมัยก่อนจากคำอธิษฐานดังกล่าวของสุนทรภู่ ว่าถ้าสมหวังในเรื่องที่ขอไว้ สุนทรภู่จะถวายละคร พร้อมทั้งเทียนเงินทองและของเสวยตามที่มีผู้กระทำกัน มาแต่หากต้องการให้ได้ผลสมปรารถนาเร็ว ต้องบนตัวบวช ไม่ว่าจะเป็นบวชพระ บวชเณร บวชชี บวชชีพราหมณ์ บวชเนกขัมมะ ผู้ที่บนตัวบวชนี้จะได้ผลสมหวังทุกราย
สิ่งที่ห้ามบนบาน หลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครา
ก็คือ ขอให้ไม่ถูกเกณฑ์ทหาร เช่นเดียวกับหลวงพ่อโสธรและหลวงพ่อบ้านแหลมนั่นเอง เพราะถ้าบนอย่างนี้ จะต้องเป็นทหารทุกราย! ส่วนการแก้บนนั้น สิ่งของที่นิยมนำมาแก้บนที่ทำกันต่อๆมานั้น จากคำบอกเล่าของผู้คนที่วัดเขาตะเคราบอกว่า การแก้บนก็แล้วแต่สิ่งของที่บนไว้ ซึ่งก็มีทั้งละคร ข่าวปลาอาหาร ประทัด เป็นต้น
คาถาบูชาหลวงพ่อวัดเขาตะเครา
“กาเยนะ วาจายะ มะยะเจตะสา มาระวิชะยัง สุวัณณะมานัง มะหาเตชัง มะหาลาภัง พุทธะปะฏิมัง เมตตาจิตตัง
นะมามิหัง โอม ศรี ศรี ชัยยะ ชัยยะ สัพพะทุกขา อุปัททะวา สัพพันตะรายา สัพพะโรคา วินาสสันติ สะทาโสตถี ภะวันตุเม”
ทุกวันนี้หลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครายังคงเป็นที่พึ่งทางใจให้กับชาวเมืองเพชรและผู้คนมากมายที่เดินทางมากราบไหว้หรือแม้แต่ระลึกถึงท่านอยู่เสมอๆ เรื่องราวความเป็นมาและปาฏิหาริย์ของพระพุทธรูปแต่ละองค์จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน”ปาฏิหาริย์ หลวงพ่อลอยน้ำ ห้าพี่น้อง (หลวงพ่อโต)”ฉบับต่อไป
“วัดเขาตะเครา” ตั้งอยู่ที่ ต.บางครก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี สอบถามโทร.0-3240-9188
อ. ตั้ม ศรีนเรศพยากรณ์
ที่มา http://smfforums.sotorn.net/index.php?topic=1691.0
Tags: ดวง, ดูดวง, ปาฏิหาริย์, วัดเขาตะเครา, สุนทรภู่, หลวงพ่อ(ทอง)เขาตะเครา, หลวงพ่อลอยน้ำ
ตำนานของประเพณีไหว้พระจันทร์ ที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะเป็นอย่างไรนั้นต้องมาดูกัน
โอม…มาท่องคาถาสารพัดนึก สมความปรารถนาทุกประการกันเถอะ
7 เรื่องนี้ ที่คนโบราณเขาบอกว่าเชื่อแล้วดี ไม่มีพิษภัยแน่นอนค่ะ
การได้ยินเสียงร้องของนกฮูกหมายถึงลางร้าย มีวิธีการแก้อย่างไร มาดูกันเลย
ลูกประคำเป็นเครื่องรางของขลังที่นิยมพกพา เพื่อขอพุทธานุภาพในการคุ้มครองป้องกันภัย